ครั้งนั่งรถกลับบ้าน

posted on 17 Aug 2012 20:07 by real-s
ครั้งนั่งรถกลับบ้านในวาระวันแม่ รถปอ2ขอนแก่นมุกดาหารราคาตั๋วขึ้นจาก155เป็น170 ผู้คนคึกคักยัดใส่เต็มรถ ที่นั่งแคบๆ พูดถึงแอร์นั้นไร้ซึ่งเศษลม ไม่แม้แต่จะสมควรเรียกมันว่าแอร์ รถเดินทางเบ็ดเสร็จถึงมุกดาหารใช้เวลาสี่ชั่วโมง 11โมงครึ่งถึงบ้านแน่นอน นั่งหลับจนตาเบลอ เหงื่อนี่ไหลจนพาร่างกายกระหายน้ำ ผู้คนลงผู้คนขึ้นเบียดเสียดหดหู่ใจน่าดู ถามว่ารู้มั้ยว่าจะเป็นเช่นนี้ ด้วยความเคยชินและเตรียมใจว่ารู้ดีว่าต
้องเป็นเช่นนี้ แต่ก็ยังจะกลับ ทุกคนยังจะกลับบ้านไปหาครอบครัวผู้ชายลุกขึ้นให้ผู้หญิงนั่ง กับการเดินทางยาวไกลและสุดทรมาน พฤติกรรมแบบนั้นหายากยิ่งนัก ไม่รู้เหมือนกัน ผมก็ไม่กล้าที่จะทำเพราะจิตใจก็หวั่นๆอะไรหลายๆอย่างที่จะตามมารถผ่านอ.สมเด็จ อีกไม่กี่กิโลก็ถึงบัวขาว แต่เครื่องยนต์เจ้ากรรมดันดับเอาดื้อๆ จอดรถแช่30กว่านาที คนข้างหลังแทบไม่มีอากาศหายใจ รถนี่มันกากจริงๆ ลุงหมวกแก๊บจึงได้เดินไปถาม และจึงได้แจ้งกับผู้โดยสารเต็มรถว่า ลงจากรถเถอะ หนึ่งสิ่งที่มันทรมานยิ่งนักคือการรอคอย ไม่มีใครรู้ว่าจะได้กลับถึงบ้านเมื่อไหร่ โอกาสที่จะได้กลับคือรอขึ้นรถคันต่อไป แน่นอนอยู่แล้วว่าคันต่อไปก็ต้องมาแบบคนเต็ม หรือไม่ก็ต้องรอรถซ่อมจนเสร็จ และหลายคนก็ไม่คิดที่จะใช้สองวิธีนั้น เลือกที่จะโทรตามญาติให้มารับเร็วดีเสียกว่ากระไรเป็นเวลาเกือบ11โมง รถปอ2ขอนแก่นมุกดาหารก็วิ่งผ่านมา อย่างที่คาดคิด คนเต็ม เต็มแต่หลายคนก็ยอมยัด คนบนรถคงหงุดหงิดและด่าทอโชคชะตาน่า ดู ในขณะที่ผมกำลังจะขึ้น เลือบไปดูแล้วคิดอีกที ปล่อยคนที่เขารีบให้ไปก่อนเถอะ ใครหล่ะที่ต้องรีบ ที่แน่ๆสมณะสงฆ์รูปหนึ่ง ปัญหาคือหลวงพ่อท่านจะหมดเวลาฉันเพล รถก็ขึ้นไม่ได้ จะให้ไปเบียดเสียดกับสาธุชนก็หาสมควรไม่ และหากมิได้ฉัน การประกอบสมณะกิจคงเต็มไปด้วยความลำบาก เป็นเช่นนั้น และด้วยความเป็นพุทธศาสนิกชนเช่นนี้ จึงจัดหาขนมและนมที่มี ถวายเพื่อจะนำมาซึ่งประโยชน์ในผลกรรมนั้นต่อๆไป ยายอายุ80 จุดบุหรี่สูบอย่างสบายใจ ภาพที่เห็นจำต้องยอม และที่รู้อายุท่านได้ เพราะลุงหมวกเเก๊บเข้าไปชวนแกคุย ถามแกว่าทำไมถึงอายุยืนและร่างกายแข็งแรงขนาดนั้น แกแนะเคล็ด ว่าก่อนกินข้าวแกจะกินเหล้าก่อน พอเป็นยา และก็สูบบุหรี่ตามอารมณ์ต้องการ เราๆได้แต่หัวเราะคำพูดคำจาของคุณยายที่มิได้มีความเกรงอกเกรงใจในสมณะสงฆ์เลย แต่ก็พอมีประโยคที่เหมือนจะดูดี แกบอกว่าเกิดทั้งทีต้องใช้ชีวิตให้มันคุ้ม แค่นี่แหละที่เข้าท่าส่วนประโยคต่อมาก็อีหลอกเดิม "ยายหนะ ทำทุกอย่างแหละไม่กินแต่บุหรี่" ฮ่าๆๆ 11โมงครึ่งรถขอนแก่นมุกดาหารก็ผ่านมาอีกคัน คิวของผมที่จะได้กลับบ้าน ยัดเข้าไป จัดให้เต็ม ที่น่าเสียดายก็เป็นเช่นเคย หลวงพ่อท่านคงไม่สามารถไปกับเราได้ แต่ยังดีที่ชาวบ้านแถวนั้นจัดการต้อนรับ จัดหาภัตราหารรับรองท่านเป็นอย่างดี สีหน้าผู้คนบนรถแสดงให้เห็นเด่นชัดว่าอย่างเซง เด็กน้อยหนึ่งคนร้อนนัก ลงทุนฉีกชีทเรียนเพื่อใช้บรรเทาความร้อน เข้าใจว่าคงกำลังจะไปเรียนพิเศษ ฉีกแล้วก็พัด ส่วนหน้าที่เหลือปรากฎให้เห็นเด่นชัดเป็นวิชาเคมี โครงสร้างอะตอมว่าด้วยการจัดเรียงอิเล็กตรอนลงออบิทัล น้องเอ้ย สู้เขา ลำบากในวันนี้วันหน้าจะได้สบาย แล้วความคิดที่ให้คนอื่นเขาก็ย้อนกลับมาใส่ตัว อดทนไว้เดี๋ยวก็ถึงบ้าน ยืนแค่แปปเดียวลำบากกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว ร้อนแค่นี้ไม่เป็นปัญหาหรอก หันหลังกลับไปมองผู้คนบนรถที่แน่นอึดอัด ความเคลื่อนไหวการสับเปลี่ยนตำแหน่งในที่แออัดนั้นสะดุดตานัก ชายหนุ่มลุกให้คุณยายวัยแปดสิบได้นั่ง การแสดงน้ำใจครั้งนี้นั้นยิ่งใหญ่จริง คนเรามันแสดงความต้อยต่ำของจิตใจก็อีตอนที่ลำบากจนต้องเห็นแก่ตัว แต่ตอนทุกข์ยากก็สามารถแสดงให้เห็นถึงความสวยงามของโลกใบนี้ได้เช่นกัน เปรียบเสมือนลมที่พัดจากกระดาษชีท แม้จะเพียงน้อยนิดแต่หากพัดผ่านมาในยามที่ร่างกายนั้นชุ่มไปด้วยเหงื่อ ลมน้อยนิดก็ทรงคุณค่าอย่างมากมาย เชื่อเถอะว่าไม่ใช่แค่คุณยายที่มีความสุข แต่เราๆที่มองเห็นก็ยิ้มปีติในคุณค่าของความดีนี้เช่นกันถึงมุกดาหารบ่ายโมงครึ่ง,,

Comment

Comment:

Tweet

http://aojvojthemovie.blogspot.com/2013/03/1.html

#1 By jak (103.7.57.18|119.42.95.203) on 2013-05-05 20:15