ลึกซึ้งยิ่งนัก

posted on 02 Jul 2013 15:44 by real-s
เมื่่อลงจากอุโบสถ หลังทำวัดเย็น ก็เป็นเวลาพลบค่ำ พระท่านถามฆราวาส ขณะเดินสนธนากลับที่พัก ว่า

: ทำไมท่านไม่ใช้ไฟฉายส่องทางรึ มันมืดนะ

ฆราวาส : อ๋อ แสงจันทร์สว่างพอมองเห็นทางได้อยู่ครับ ผมตั้งใจไว้ ว่าสิ่งไหนพอช่วยลดช่วยละ ช่วยนำพาเข้าสู่สมถะวิถีผมก็จะพยายามทำให้ได้ ตลอดระยะเวลาที่มีโอกาสได้ปฏิบัติ ณ ที่แห่งนี้

พระท่าน : โอ้ สาธุ ท่านเอ้ย แต่บางทีเราก็ไม่ได้ใช้ของฟุ่มเฟือยนั้นเพื่อตัวเราเองนะ ยกตัวอย่างง่ายๆ ดูอีกสองก้าวต่อไปของท่านสิ หอยทากกำลังเดินทางกลับบ้าน และในอีกไม่นาน ก็จะถูกท่านเหยียบภายใต้แสงของดวงจันทร์ ท่านลองเก็บกลับไปคิดดูให้ดีเถิ

แล้ววันต่อมาฆราวาสก็หาไฟฉายมาใช้,,

คำโกหก

posted on 02 Jul 2013 15:42 by real-s
,,เด็กผู้หญิงอายุเก้าขวบคนนึง ชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้าน เข้าใจว่าคุณแม่ซื้อคุกกี้ไว้ให้กิน เลยเอามากินกับเพื่อนๆ จนหมด พอตอนเย็นคุณแม่ก็ถามหาคุกกี้ คุณแม่บอกว่าจะเอาไปเป็นของฝาก ซื้อมาตั้งสามพันเยน เด็กผู้หญิงตกใจในความเข้าใจผิดของตนเอง พี่สาวพูดว่าเด็กผู้หญิงเอาไปกินใช่มั้ย แล้วคุณแม่ก็ออกตัวปกป้องเด็กผู้หญิง บอกว่าเด็กผู้หญิงไม่มีทางที่จะเอาไปกินหรอก 

เด็กผู้หญิงรู้สึกซาบซึ้งในความเชื่อใจของคุณแม่ จึงหาทางที่จะแก้ไขสถานการณ์นั้น ออกอุบายบอกคุณปู่ว่าอยากได้ลูกคิดมาฝึกหัด คุณปู่เลยให้เงินสามพันเยน พอวันต่อมาก็บอกคุณครูว่าไม่สบายต้องกลับบ้าน แต่แท้จริงแล้วเด็กผู้หญิงจะไปซื้อคุกกี้ พอเดินไปเจอตำรวจ ตำรวจถามว่าทำไมไม่เรียน เด็กผู้หญิงก็โกหกว่าต้องไปซื้อคุกกี้ไปเยี่ยมย่า ย่าไม่สบาย ทุกครั้งที่โกหกเด็กผู้หญิงจะรู้สึกแย่มากๆ ราวกับว่าจะต้องตกนรกหมกไหม้ไปตลอดกาล 

พอเด็กผู้หญิงซื้อคุกกี้เสร็จ คุณแม่ก็มาพบเข้า คุณแม่รู้ความจริง เด็กผู้หญิงโดนดุ เด็กผู้หญิงร้องไห้เสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไป เด็กผู้หญิงสารภาพทุกๆอย่าง เด็กผู้หญิงรู้สึกแย่ และได้แต่กล่าวคำขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป เด็กผู้หญิงทั้งร้องไห้ ทั้งรู้สึกแย่ ทั้งกล่าวคำขอโทษในเวลาเดียวกัน 

สุดท้ายเมื่อเด็กผู้หญิงเข้าใจดีแล้ว คุณแม่สรุปและให้อภัย ทั้งคู่กอดกันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา

,,,, หลายคนชอบหาเหตุผลให้ตัวเองรู้สึกดีกับคำโกหก ทั้งๆที่มันเป็นคำโกหกกับคนอื่นที่มันไม่ดี แต่ก็ยังจะมาโกหกตัวเองซ้ำอีกว่าโกหกไปดีแล้ว

อุดมการณ์

posted on 02 Jul 2013 15:32 by real-s
มีนักธุระกิจคนนึง แต่ก่อนแกเป็นคนที่แย่มาก เลวสุดๆ มีโทษติดตัวถึงขั้นต้องหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ เมื่อคดีสิ้นอายุความ แกก็กลับมาที่ประเทศ แกพยายามที่จะทำความดีอยู่บ่อยๆ แต่บ่อยครั้งที่ความดีที่แกทำนั้นมักถูกมองว่าเป็นการเอาหน้า เพื่อนสนิทแกคนหนึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงหนึ่งในรัฐบาลชุดนั้น แกเคยได้ยินข่าวว่าไอ้เพื่อนคนนี้แหละ ที่ชอบนินทาว่าแกทำความดีเพื่อเอาหน้า แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่ เพื่อนคนนี้ก็ขอให้มาช่วยแก้ไขปัญหาในกระทรวง แกรีบรับปากทันทีเพราะมันเป็นสิ่งที่แกสามารถทำได้ดี แกรู้อยู่ว่าเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยชอบแก แต่แกก็คิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปโกรธหรือเกลียด คือมันไม่มีประโยชน์อะไร พองานเสร็จ แกก็ได้ยินข่าวอีกว่ารัฐมนตรีคนนี้บอกว่าแกช่วยเพื่อเอาหน้า รัฐมนตรีไม่ได้รู้เลยว่านักธุรกิจคนนี้ รู้อยู่แล้วว่าแกต้องคิดอย่างนี้ คำถามคือ ทั้งๆที่รู้แต่ทำไมยังจะช่วยอยู่อีก แกทำเพื่อเอาหน้า หรือว่าที่ทำ เพราะอยากให้คนอื่นเชื่อซักทีว่าแกเป็นคนดี ก็รู้ว่าตนเคยเลว แต่ที่ๆทำๆอยู่ ก็เพราะพยายามจะเป็นคนดีไม่ใช่หรือ 

แกไม่สนใจในคำนินทาของรัฐมนตรี แกไม่ยอมปล่อยให้คำของบางคน(หรือหลายคน)มาเปลี่ยนแปลงชีวิตแก หรือบีบให้แกกลับไปเป็นคนเลวเหมือนเดิม ความจริงแกก็ทำทั้งต่อหน้าและลับหลังนั้นแหละ แต่ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้ารัฐมนตรี แกก็ทำดีตลอด ก็เพราะมันติดเป็นนิสัย ปลูกฝังเป็นความรู้สึกนึกคิดไปแล้ว แกก้มหน้าก้มตาทำดีที่คนอื่นเรียกว่าการเอาหน้าไปจนถึงวันที่แกตาย สุดท้ายรัฐมนตรีเพื่อนสนิทก็ยังบอกว่า แกทำดีเอาหน้าจนถึงวันตายเลยเนอะ 

จากนั้นรัฐมนตรีก็ทำดีเอาหน้าบ้าง จบ

เรื่องนี้แต่งที่ห้องน้ำชายคอมเพล็กชั้นสอง ระหว่างที่ท้องเสีย 18.10-18.20 น.

ชีวิตต้องสู้(พะนะ)

posted on 02 Jul 2013 15:31 by real-s
ทุกครั้งที่เจอคนที่เก่งกว่า อย่าเพิ่งไปคิด ว่าเขาเก่งและเต็มไปด้วยพรสวรรค์ บางทีเราเองต่างหากที่เป็นฝ่ายที่พยายามยังไม่พอ ฝึกฝนยังไม่พอ ประสบการณ์ยังไม่พอ คุณอาจจะเห็นคนที่ประสบผลสำเร็จ แล้วบอกว่าเขาโชคดีจุงเบย แต่สิ่งที่คุณอาจไม่รู้ คือกว่าจะถึงจุดนั้นได้เขาต้องพยายามมามากมายแค่ไหน บางทีภายใต้รอยยิ้มนั้นเขาอาจผ่านการร้องไห้มาแล้วนับพันครั้ง แล้วเราหล่ะ ไม่ได้พยายามอะไรเลยแล้วอยากจะไปเก่งอยากจะประสบผลสำเร็จให้ได้เท่าเขา ก็คงต้องอาศัยบุญบารมี โชคช่วยอย่างมากมายมหาศาล ซึ่งสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้แน่นอนอะไรเลย ไม่สมควรที่จะเก็บมาเป็นหลักของชีวิต

,,เศรษฐีให้ของขวัญเป็นทอง เรามิใช่เศรษฐี สิ่งที่มีก็เพียงแค่คำพูดที่จะมอบให้ท่านได้พิจารณานี้แล 
@วัดป่าอะเมซอน

วัดพระธรรมกาย-2

posted on 23 Apr 2013 09:40 by real-s
,,ต่อจากตอนที่แล้ว ถึงจะมองว่าวัดพระธรรมกายจัดเป็นภัยอันตรายต่อพระพุทธศาสนาโดยใช้เหตุผลที่ว่ามีการบิดเบือนคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่กระนั้นก็ใช่ว่าจะปฏิเสธต่อต้านทำทุกวิถีทางเพื่อให้วัดนี้หายไป เพราะใช่ว่าจะหาข้อดีอันใดมิได้เลย อย่างน้อยวัดก็ไม่ได้บอกให้ไปประพฤติปฏิบัติความชั่ว เบียดเบียนผู้อื่น(เว้นแต่ในครั้งอดีต ที่ทางวัดได้มีการแย่งชิงผืนดินของวัดมาจากชาวนา) วัดยังส่งเสริมการ