หลักการและเหตุผล(ค่ายเคมีครั้งที่14)
posted on 27 Aug 2011 15:50 by real-sเพื่อมวลชน
posted on 13 Aug 2011 09:04 by real-sจะขอ เป็นนก พิราบขาว เพื่อชี้นำ ชาวประชา สู่เสรี
ถ้าหากฉัน เกิดเป็นเมฆ บนนภา จะนำพา ความร่มเย็น เพื่อท้องนา
หากฉัน เกิดเป็น เม็ดทราย จะถมกาย เป็นทาง เพื่อมวลชน
ชีวา ยอมพลีให้ มวลชน ที่ทุกข์ทน ขอพลีตน ไม่ว่า จะตายกี่ครั้ง
ค่ายเคมีครั้งที่ 14
posted on 04 Jul 2011 21:44 by real-sเงียบ
posted on 26 Jun 2011 22:50 by real-sผู้หญิงคนหนึ่ง
posted on 27 Dec 2010 11:55 by real-sผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านเข้ามาในชีวิต ไม่ได้ผูกพันอันใดมากกว่าเพื่อน แต่ทำให้ได้เข้าใจในความหมายของการแอบรัก ทำให้ได้รับรู้ประสบการณ์ของการจีบใครซักคนเพื่อลืมผู้หญิงหนึ่งคน และที่สำคัญเธอทำให้ได้เข้าใจอะไรบางอย่างที่มีความหมาย
พอคนสองคนก้าวเข้ามาใกล้ๆกัน เผชิญหน้าอย่างไม่มีจุดเลี่ยง
ก้าวต่อไปเป็นสิ่งสำคัญ
ถ้าหนึ่งคนก้าวเยอะเกินน อีกคนก็ต้องถอยเพื่อยอมให้เกิดความพอดี
แต่ถ้าให้ถอยมากๆ คนคนนั้นก็คงจะเสียจุดยืน
ฉะนั้น จงก้าวพร้อมๆกันให้มัน "พอดีๆ"
อย่าให้ความลำบากใจเกิดขึ้นแก่ฝ่ายใด และอย่าให้จุดยืนของใครต้องถูกทำลาย
ที่ผ่านมา ผิดมาโดยตลอด แต่ยังดีที่พบแต่คนที่ยอมถอย
แต่พอเจอเธอคนนี้ ป่าวเลย เธอไม่ยอมถอย
เธอไม่ยอมจนสุดท้ายผมต้องยอม
ว่าอย่าให้มันมากนัก มันอึดอัดใจ
เข้าใจ แต่ยังทำไม่ได้
และตอนนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเช่นไร
ถึงจะภาวณาให้เธอมีความสุขกับเขาเป็นประจำ
แต่ลึกๆก็ยังต้องการโอกาสเสมอ
แล้วผมจะสวดมนต์ให้...
ความฝัน
posted on 09 Nov 2010 20:14 by real-sตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฝันนั้นจึงสลายไป เหลือเพียงเถ้าถุลีตราตรึงจิตของรอยยิ้มที่ได้พานพบ ฉันพบมันกับเธอในความฝัน ในฝันฉันไม่ได้ปราถนาสิ่งใด หากเพียงสิ่งเดียวที่ใจใฝ่หา คือรอยยิ้มของเธอ
เฝ้าละเมอ ฉันนั้นเพียงเฝ้าละเมอ เฝ้าละเมอว่าจะได้พบมันในทุกอาทิตย์ตกดิน แม้มันจะเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่สุขนั้นยากเกินจะลืมเลือน และมันก็ยากเกินจะเข้าใจ และมันก็ยากเกินที่จะหักห้ามสิ่งใดๆให้ไม่คิดถึง
ผลัดจากความฝัน เธอนำฉันเข้าสู่ห่วงคำนึงแห่งความคิดถึง ไม่อาจปฏิเสธรอยยิ้มที่ประทับอยู่ภายใน มันยังคงตามมาเสมอ แม้มันจะเลือนลางและค่อยๆหายไป คงทำฉันให้ใฝ่หา คงนำฉันเข้าสู่แรงปราถนา ฉันจึงเริ่มตามหา ฉันจึงคงไคว่ขว้า ถ้าลอยได้ ฉันก็คงลอยตามไป ตามฝันฝันนั้นไป
แล้วถ้าหลับตาลงอีกซักครั้ง นอนหลับอีกเพียงซักครั้ง ฉันก็ยังอยากให้ฝันฝันนั้นคือเรื่องราวของเธอ คนเดิม
แต่ใยจึงไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งๆที่ทบทวนใจแล้ว ทบทวนทุกๆด้านของหัวใจแล้ว ก็พบว่าใจฉันทั้งหมดนั้นยังมีเพียงแค่เธอ แต่ฝันใยเจ้าไม่นำพาเธอมาพบ เริ่มไม่อยากให้อยู่แค่ความฝันแล้วแหะ เริ่มไม่อยากให้เป็นแค่รอยยิ้มแล้วแหะ เริ่มไม่อยากเป็นแค่แค่นั้นแล้วแหะ
เปิดเฟรชบุคระบายจิต ทำการค้นหาสิ่งที่บันทึกเรื่องราวของเธอ
แล้วฉันก็ได้พบกับสิ่งนั้น จากความฝัน ฉันเริ่มทยอยขนถ่ายมาสู่ความจริง แล้วความจริงก็เริ่มบั่นทอนกำลังจิตของฉัน เหมือนเธอจะสูงเกินปราถนา ไม่ซิ เราเพิ่งแค่รู้จักเธอในความฝันเอง นั่นแหละ ความจริงกับความฝันเธอจะเหมือนกันมั้ยนะ มันอาจแตกต่างกันน่าดู แล้วจิตฉันจะยอมรับสิ่งนั้นได้มากน้อยแค่ไหน ถ้ารับได้มากก็คงจะดี แต่ถ้ามันกลายเป็นปฏิเสธไปหมดหล่ะ
สุดท้าย ในความเป็นจริง ก็คงผลักเธอกลับเข้าไปสู่ความฝันนั้นเหมือนเดิม
ฉันคงอยากรู้จักเธอเพียงแค่ความฝัน ไม่อยากเข้าใจความเป็นจริงว่าเธอนั้นเป็นเช่นไร เพราะความจริงอาจพัดพาชีวิตเธอหายไป ฉันไม่อยากให้รอยยิ้มของเธอนั้นหายไป
แต่ถ้าไม่ลองบุกใจเข้าไปดู เปิดใจรับรู้สิ่งที่เธอเป็น เธอก็คงเป็นเพียงแค่ความฝัน ส่วนฉันก็คงมีเธอเป็นแค่ความฝัน ความเป็นจริงก็คงเป็นเพียงสิ่งที่ไร้ค่ายิ่งกว่าความฝัน
เอาเถอะ ใจเอ๋ย ลองดู
ภาวนา
posted on 04 Nov 2010 09:50 by real-sไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเราจะเสียความสัมพันฉันท์เพื่อนไป
มันเป็นเพราะใจฉันเองที่ไม่อาจทนหวั่นไหวเมื่อใกล้เธอ
ฉันพยายามแล้ว ฉันพยายามเป็นเพื่อนกับเธอแล้ว
แต่มันไม่ง่ายจริงๆ
ฉันมันอ่อนแอเสียยิ่งกว่าใบไม้ที่ร่วงโรย
แต่ถึงกระนั้น
ฉันก็ขอที่จะไม่เลือกเส้นทางที่ทำให้เธอลำบากหรอกนะ
ฉันจะอยุ่ห่างเธอให้มาก
จะหยุดใจให้คิดถึงให้ได้
และคงต้องหยุดสายตาที่มันเผลอมองด้วยซ้ำไป
มันอาจจะหยุดใจที่สั่นไหวไม่ได้
มันอาจเป็นความทรมานที่เจ็บปวดร้าวรานอยู่ในใจ
มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ
และมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องไม่ทำ
ฉันคงต้องบังคับใจซ้ำๆเป็นครั้งซ้อน
เพื่อบีบครั้นตนเองกับใครอื่นที่ไม่ใช่เธอ
มันอาจจะไม่ดีกับเขาคนนั้นมากนัก
แต่เชื่อว่าซักวัน ความรู้สึกที่มีต่อเธอ
คนๆนั้นจะทำให้มันหายไป
หายไปตลอดหนึ่งวัน
ตลอดหนึ่งปี
และสุดท้ายกลายเป็นตลอดไป
ฉันภาวนาเช่นนั้น
ขอโทษที่รบกวน
ไม่บอก
posted on 27 Oct 2010 11:51 by real-sเมื่อเราเรียนรู้โลกมากกว่านี้ ที่ว่าซึมซับตัวเองไปในหนทางใด ถ้าไขว่เขวไปในทางชั่วๆ จากเรื่องชั่วๆที่คิดว่าชั่ว ก็จะเริ่มๆกลายเป็นเรื่องธรรมดา ขโมยตัง ยักหยอกเงิน กินเหล้า สูบยา เสพสิ่งเสพติด การพนัน ชู้สาว อบายมุข มีกิ๊ก ตลอดจนก่ออาชญากรรม ...
ทุก สิ่งทุกอย่าง ใช่ว่าจะอยู่ที่ตัวเราเสมอไป สิ่งแวดล้อมมีผลข้างเคียงเป็นอย่างมาก มันไม่ได้เสมอไปหรอก ว่าเราจะควบคุมตนเองได้ เมื่ออยู่ในสิ่งรอบตัวที่มีวิถีตรงข้ามกับสิ่งที่เราบังคับเราให้เป็น คุณควรถ่อยออกมา ใช่คุณควรถอยออกมา อย่าเอาอนาคตดีๆไปเสี่ยงกับอะไรก็ไม่รู้ แรกเริ่ม มันก็จริงที่เราคิดแค่ว่าอยากจะเเค่เรียนรู้ แต่ถ้าคุณเริ่มซึมซับ แล้วคิดว่ามันคือเรื่องธรรมดา มันจะไม่ใช่การเรียนรู้เสียเเล้ว จากสิ่งเล็กๆ มันจะเริ่มขยายตัว แล้วยิ่งจะขยายใหญ่ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เมื่อทุกอย่างกลายเป็นเรื่องธรรมดา นั่นแหละจะกลายเป็นปัญหา ปัญหาในตัวคุณ ปัญหาครอบครัว ปัญหาของสังคม จนไปถึงปัญหาระดับชาติ
ผมไม่มีอะไรจะบอก และผมก็ไม่เข้าใจในเหตุผลที่ตนเองกำลังนั่งบรรเลงตัวอักษร แต่สิ่งที่ผมเข้าใจ และอยากจะระบายมันออกมา คือความรู้สึกของตัวผมเอง ผมไม่ได้อยากบอกใคร และไม่ได้อยากให้ใครมาเข้าใจ ผมเพียงแค่อยากจะบอกตัวเอง ก่อนที่มันจะซึมซับเข้าไปมาก...กว่านี้ ก่อนที่ความสามารถแยกแยะสิ่งที่ควรและไม่ควรนั้นหายไปจากตัวผม เหมือนใครๆอีกหลายคนที่กำลังเป็น บางสิ่งมันกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาเหล่านั้นไปเสียแล้ว ซึ่งถ้าลองคุยกับใครบางคนที่เราแน่ใจว่าเขาเหล่านั้นมีอายุรุ่นราวคราวเดียว กับพ่อแม่ หรือปู่ย่าตายาย ท่านก็คงจะแปลกใจว่าทำเช่นนั้นไปได้ยังไง ทำไปได้ยังไงทั้งที่มันไม่น่าจะทำ จะบอกว่าสังคมมันเปลี่ยนไปแล้วก็ได้ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว จิตใจคนเราก็เปลี่ยนตาม ถ้าแค่ใครบางคนทำสิ่งหนึ่งที่ไม่เข้าพวก เขาอาจจะถูกตีตราว่าเป็นคนชั่ว แต่ถ้ามันไม่ใช่แค่ใครบางคน มันผันมาเป็นคนกลุ่มหนึ่ง จนถึงสังคมกลุ่มหนึ่งทำมันไปพร้อมๆกัน ทุกคนย่อมมองเห็นว่ามันกลายเป็นเรื่องธรรมดา มันไม่ใช่เรื่องชั่วที่ไม่ควรทำ นี่แหละที่กำลังจะเป็นปัญหา
การมี เพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นี่แหละคือสิ่งที่ผมกำลังจะบอก มันคือความนิยมที่ผิดๆ ในยุคสมัย มันจะกัดกร่อนสังคมไปเรื่อยๆ แรกเริ่ม ใช้คำว่าเมื่อนานมาแล้วก็เป็นได้ สังคมอาจให้ความเห็นว่า การมีsexกับภรรยาคือสิ่งที่ถูกต้อง(มันย่อมถูกต้องที่สุดจนถึงตอนนี้และต่อ ไป) เวลาผ่าน สังคมก็จะเริ่มยอมรับว่าการมีsexกับเเฟนนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อสังคมยอมรับข้อนั้นนานจนเป็นเรื่องธรรมดา ก็จะเจอปัญหาอีกว่าการมีsexของนักศึกษานั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่เมื่อสังคมยอมรับ มันก็จะเพิ่มระดับความรุนแรงของปัญหาอีกครั้ง ด้วยปัญหาที่ว่าการมีsexของนักเรียนมอปลาย แค่นั้นไม่พอมันจะค่อยๆส่งความธรรมดาที่สังคมยอมรับไปสู่วัยแรกรุ่น ที่ผมต้องการบอกคืออายุเฉลี่ยของการมีsexครั้งแรกจะลดลงจากที่เคยเป็นยี่สิบ ปี(เมื่อนานมาแล้ว) มันจะค่อยๆลดลง ซึ่งผมไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามันจะต่ำไปถึงไหน ในอนาคตผมคงต้องถามลูกสาววัยสิบเอ็ด ของผมว่า วันนี้มีเซ็กกับแฟนหรือยัง ไม่ ผมไม่ต้องการแบบนั้น และเชื่อว่าคุณก็คงไม่ต้องการแบบนั้น
เราคงไม่อยากมามีความรู้สึกอิจฉาเด็กรุ่นลูกเราหรอกนะ ว่าพวกเขาจะได้รับโอกาสการมีsexครั้งแรกตั้งแต่อายุสิบถึงสิบสอง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคงมีน้อยคนนักที่จะมามีความรู้สึกอิจฉา แล้วเราจะช่วยอะไรได้บ้างหล่ะ ผมไม่บอกหรอกว่าเราจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่เชื่อว่าถ้าคุณก้มหน้าก้มตาอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงจะรู้คำตอบเองแล้วแหละว่าควรทำยังไง ขอบคุณครับ

